วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สมัคร no-ip

 สมัคร no-ip
เนื่องจากปัญหาไม่สามารถสมัคร Hostname จากเว็บไซต์ dyndns แบบฟรีได้ในขณะนี้ (แต่ยังสามารถสมัครแบบเสียเงินได้ปกติ) ดังนั้นหากใครที่ไม่ต้องการจะซื้อ ก็ให้ใช้บริการของ NO-IP.com ซึ่งสามารถสร้าง Host name และ DDNS ได้เหมือนกับ dyndns ทุกประการ

ขั้นตอนแรกให้เข้าที่เว็บไซต์ www.no-ip.com/ จากนั้นให้เลือกที่ create account ตามรูป


* 1_resize.jpg (124.22 KB, 800x450 - ดู 1434 ครั้ง.)








จากนั้นให้ใส่รายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน

เมื่อใส่ข้อมูลต่างๆครบถ้วนแล้ว ให้เลือกติ๊กเลือก I agree that I will only create one free No-Ip Account.

จากนั้นให้กดที่ I accept, Create my Account ตามรูป


* 2_resize.jpg (69.04 KB, 800x450 - ดู 1597 ครั้ง.)

* 3_resize.jpg (72.84 KB, 800x450 - ดู 1128 ครั้ง.)






จากนั้นทางเว็บไซต์จะแจ้งให้เราเข้าไปทำการ Confirm การสมัคร Account ใน E-mail ที่เราได้กรอกไว้ในขั้นตอนที่แล้ว


* 4_resize.jpg (96.6 KB, 800x450 - ดู 1075 ครั้ง.)






หลังจากที่เราได้เข้าไปกดลิงค์ในอีเมล์ของเราแล้ว จะพบกับหน้าจอดังกล่าว ซึ่งหมายถึงว่า เราสามารถทำการ Login เข้าเว็บ No-Ip.com ได้แล้ว  Cheesy


* 6_resize.jpg (95.15 KB, 800x450 - ดู 752 ครั้ง.)







จากนั้นให้กลับมาที่หน้าหลักของเว็บ No-Ip จากนั้นให้ใส่อีเมล์ที่เราได้สมัครไว้และรหัสผ่าน จากนั้นกด Log in ตามรูป


* 7_resize.jpg (125.16 KB, 800x450 - ดู 790 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า







จากนั้นเมื่อพบกับหน้าจอนี้ ระบบจะให้เราทำการกำหนด Username สำหรับการ Log in เข้าเว็บ No-Ip ในครั้งต่อๆไป

*** จะใช้ e-mail ในการ Log in ครั้งแรกหลังจากสมัครเท่านั้น ในการ Log in ในครั้งต่อๆไป ให้ใช้ Username ที่สมัครในขั้นตอนนี้ Log in เข้าได้เลย


* 8_resize.jpg (119.67 KB, 800x450 - ดู 1556 ครั้ง.)












เมื่อเรากำหนด username เสร็จแล้วจะพบหน้าจอดังกล่าว และให้เราเลือกตรง Hosts/Redirects เพื่อกลับไปทำการสร้าง Hostname


* 9_resize.jpg (83.48 KB, 800x450 - ดู 1166 ครั้ง.)






จากนั้นให้เลือกที่ add hosts  และตั้งชื่อ Host name ที่เราต้องการ

***ใส่ เฉพาะแค่ชื่อ Hostname และ Domain ที่ต้องการเท่านั้น ในส่วนตรงอื่นไม่ต้องกรอกข้อมูลใดๆทั้งสิ้น (ในตัวอย่างของผมสร้างเป็น    zynektechnologies.no-ip.org)

เมื่อเรากำหนด Hostname และ Domain ที่ต้องการแล้ว ให้กดที่ Create Host

*** 1 Account จะสามารถสร้าง Hostname ได้สูงสุด 3 Hostname


* 10_resize.jpg (91.93 KB, 800x450 - ดู 1657 ครั้ง.)

* 13_resize.jpg (87.49 KB, 800x450 - ดู 2290 ครั้ง.)





ถ้าหากเราทำขั้นตอนต่างๆถูกต้อง จะได้รายละเอียดของ Hostname ต่างๆแบบนี้

ซึ่งหลังจากนั้นเราก็สามารถนำ Hostname นี้ไปใช้งานได้ตามปกติ


* 14_resize.jpg (103.67 KB, 800x450 - ดู 2040 ครั้ง.)
  







**** สรุป จากที่ทดลองใช้งานในส่วนของ No-Ip แทน Dyndns นั้น ปัญหาส่วนใหญ่ที่มักจะพบก็คือ Router บางตัวจะไม่รองรับ ddns ของ no-ip.com ทำให้เวลาที่หมายเลข IP address ของตัว Router เปลี่ยน ตัว Router จะไม่ค่อยอัพเดทหมายเลขไอพีที่เปลี่ยนไปยัง Hostname ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถดูกล้องผ่าน Hostname ได้

**** วิธีแก้คือให้ทำการ Download โปรแกรม Dynamic DNS Update Clients ซึ่งการทำงานของโปรแกรมนี้ก็คือจะช่วย Router ทำการ Update หมายเลข IP ไปยัง Hostname ของเรา โดยผู้ใช้งานสามารถ Download มาติดตั้งลงในเครื่อง Computer ที่ต่ออยู่กับ Router ที่เราต้องการจะให้อัพเดท     Wink




* 15_resize.jpg (112.23 KB, 800x450 - ดู 1007 ครั้ง.)








เมื่อเราติดตั้งโปรแกรมต่างๆแล้ว พอเราเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะพบกับหน้าจอดังรูป ให้เราใส่ username และ password

และเมื่อเราใส่ username และ password เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมจะให้เราเลือก Hostname ที่เราต้องการจะให้โปรแกรมนี้ช่วยอัพเดท


* 16.jpg (33.83 KB, 361x271 - ดู 437 ครั้ง.)

* 17.jpg (85.11 KB, 748x473 - ดู 755 ครั้ง.)







จากนั้นให้เลือกที่ File > Peferences เลือกติ๊กที่ Run on startup เพื่อให้โปรแกรมนี้ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์


* 18.jpg (44.58 KB, 480x238 - ดู 459 ครั้ง.)

* 19.jpg (76.82 KB, 481x373 - ดู 500 ครั้ง.)






ของ AVTECH ทำวิธีนี้ก็ได้ครับ

* 2555-02-15 16-00-52.jpg (119.54 KB, 1100x768 - ดู 2833 ครั้ง.)


วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

การกู้ไฟล์ในระบบ UNIX และ LINUX

การกู้ไฟล์ในระบบ UNIX และ LINUX
คำนำ
คุณเคยลบไฟล์ /etc/passwd หรือไม่ ? คุณเคยใช้คำสั่งนี้หรือไม่ # perl updateDB.pl > ./updateDB.pl ? คุณเคยใช้คำสั่ง rm จนเคยตัวทำให้ลบไฟล์ หรือ ไดเรกทรอรี่ใน Home ของตนเองหรือไม่ คาดว่าผู้ใช้หรือผู้ดูแลระบบ UNIX หรือ LINUX ไม่มากก็น้อยย่อมเจอปัญหานี้ คุณจะทำอย่างไรหละ ?? ถ้าในระบบ windows คุณคงจะไปคลิกที่ไอคอล recycle bin แล้วใช้คำสั่ง restore เพื่อเรียกไฟล์พวกนั้นกลับมา หรือ แม้ใช้โปรแกรม Norton Utility เพื่อกู้คืนไฟล์กับมา แล้วใน UNIX หรือ LINUX จะทำอย่างไรดี ??
ในของระบบโครงสร้างไฟล์ใน UNIX หรือ LINUX จะประกอบด้วย inode ที่เก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับไฟล์ เข่น ตำแหน่งของข้อมูลในดิสก์, ข้อมูลความเป็นเจ้าของ ,สิทธิ ,ขนาดของไฟล์ เป็นต้น เมื่อมีการลบไฟล์ระบบจะไม่มีการลบค่าของ inode ทิ้งแต่จะสร้างสัญลักษณ์ให้เป็นช้อมูลที่ว่างเปล่าแทน ดังนั้นข้อมูลที่ลบไปยังคงอยู่ในระบบ ในบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการของการกู้ไฟล์ในระบบ UNIX และ LINUX

การกู้ข้อมูลในระบบ UNIX
ในระบบ UNIX หรือ LINUX จะใช้ระบบของ device file system ในการติดต่อใช้งานข้อมูลระหว่างระบบและ ดิสก์ [1] เข่น ใน /dev/hda ดังนั้นระบบไฟล์จะทำงานใน device ดังกล่าวจะสามารถมองเป็นรูปแบบของ text ไฟล์ได้ ซึ่งการค้นหาและกู้ไฟล์สามารถใช้คำสั่งที่เกียวกับการค้นหาข้อความได้ เช่น grep, seekcat เป็นต้น รูปแบบทั่วไปของคำสั่งที่ใช้ในการเรียกไฟล์ในระบบ UNIX มีดังนี้
grep -a -B[size before] -A[size after] 'text' /dev/[your_partition]
** grep ต้องเป็นเวอร์ชั่นของ GNU
size before ขนาดของข้อมูลที่ต้องการตัดก่อนหน้าข้อความ 'text'
size after ขนาดของข้อมูลที่ต้องการตัดหลังข้อความ 'text'
your_partition ไฟล์ device ของดิสก์
ในบางครั้งโครงสร้างของไฟล์อาจจะไม่ต่อเนื่องกัน ส่งผลทำให้ข้อมูลที่ได้รับเข้ามาอาจจะไม่ถูกต้องตามความต้องการ ดังนั้นเมื่อได้รับผลมาควรใช้ script perl ในการตัดเอาส่วนที่ไม่ต้องการออก แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลในส่วนของ CVS และ RCS ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไฟล์ที่ต้องการกู้ยังสามารถนำมาส่วนในการค้นหาได้
การกู้ข้อมูลในระบบ LINUX
ระบบ LINUX จะมีโปรแกรมช่วยในการดีบัก device file system ที่เรียกว่า debugfs ในโปรแกรมจะมีคำสั่ง lsdel เพื่อเรียกดูไฟล์ต่างๆ ที่ถูกลบออกจากระบบ
เช่น
# debugfs /dev/hda6
debugfs 1.19, 13-Jul-2000 for EXT2 FS 0.5b, 95/08/09
debugfs: lsdel
1844 deleted inodes found.
Inode Owner Mode Size Blocks Time deleted
749300 1000 100664 27018 2/ 7 Tue May 9 19:08:17 2000
749301 1000 100444 1671 1/ 1 Tue May 9 19:08:17 2000
...... .... ...... .... .. ..........................
944887 1037 100600 597 1/ 1 Sat May 26 18:00:00 2001
717281 1000 100400 1 1/ 1 Sat May 26 18:08:13 2001
32605 1000 100644 15 1/ 1 Sat May 26 18:09:06 2001


จากตัวอย่างโปรแกรมจะแสดงค่าต่างๆ ของ inode หากต้องการนำ output แสดงลงไฟล์ทำได้โดยใช้คำสั่ง
# echo lsdel | debugfs /dev/hda6 > /tmp/lsdel-output
ใช้คำสั่ง dump -p เพื่อนำกู้ข้อมูลตามหมายเลข inode เช่น
debugfs: dump -p <32605> /tmp/recovered_file
ดังนั้นในการใช้งานโปรแกรม debugfs เพื่อกู้ไฟล์คืน นั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลของไฟล์ดังนี้
- เจ้าของไฟล์เป็นของใคร
- เมื่อไรที่ไฟล์ถูกลบ
- ค่าประมาณของขนาดของไฟล์
หากไฟล์ที่ต้องการค้นหามีจำนวนมากแล้วผู้ใช้ต้องทำการเขียน script เพื่อช่วยค้นหา และ กู้ไฟล์ที่ต้องการ Recover [3] เป็นโปรแกรมแบบ shell script ที่ช่วยในการค้นหาและกู้ไฟล์ ในระบบ LINUX ให้ง่ายในการใช้งาน โปรแกรมจะอาศัยหลักการทำงานของ โปรแกรม debugfs ผ่านคำถามที่เป็นลำดับขั้นเพื่อการค้นหา ไฟล์ที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งคำถามคร่าวๆ มีดังนี้
- ชื่อของ Device ของดิสก์
- วัน/เดือน/ปี โดยอาจจะบอกเป็นช่วงได้
- ขนาดสูงสุด และต่ำสุดของไฟล์
- ไอดีของผู้ใช้ (User ID)
- ตัวอักษรที่อยู่ในไฟล์
โปรแกรมจะทำการสรุป ค่าของ inode และรายละเอียดของไฟล์ที่ต้องการกู้และข้อมูลที่กู้มาได้


สรุป
เอกสารนี้เป็นจะกล่าวถึงการกู้ไฟล์ในระบบ UNIX และ LINUX รวมทั้งการแนะนำโปรแกรม recover ที่ช่วยในการกู้ไฟล์ในระบบ LINUX ซึ่งในเอกสารนี้จะเป็นแนวทางแก้ผู้ดูแลระบบในการพัฒนาคำสั่ง หรือ script ย่อยเพื่อช่วยในการสร้าง โปรแกรมในการอำนวยความสะดวกของการกู้ไฟล์ที่สำคัญที่ถูกลบไปได้

เอกสารอ้างอิง
[1] UNIX File System: http://www.isu.edu/departments/comcom/unix/workshop/fstour.html
[2] Tales from the Abyss: UNIX File Recovery: http://www.samag.com/documents/s=1441/sam0111b/0111b.htm
[3] Recover Program: http://recover.sourceforge.net/linux/recover/download.php3.

สาครินทร์
27/09/2013

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สร้างเส้นโค้ง พริ้วไหว ด้วย Distort

Create the Curve Line สร้างเส้นโค้ง พริ้วไหว ด้วย Distort



- ผลลัพธ์ที่ต้องการ

- เปิดไฟล์ใหม่ขึ้นมา ใส่ Bg เป็นสีขาว
- เพิ่ม Layer ใหม่ขึ้นมา1Layer
- ใช้เครื่องมือ Polygonal Lasso Tool เพื่อวาดโครงของเส้น




- วาดออกมาให้ได้โครงเป็นสามเหลี่ยมดังรูป แล้วเทสีเข้าไป สีใดก็ได้ จากนั้นกด Ctrl+D เพื่อเอา Select ออก



- เข้าเมนู Filter>> Distort >> Shear แล้วปรับความโค้งของเส้นตามต้องการ (เลือก RepeatEdge Pixels)
- สามารถเพิ่มจุดเพื่อเพิ่มถี่ของความโค้ง






- ได้เส้นลักษณะที่ต้องการ



- นำไปต่อยอดตามความถนัดกันครับ

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีติดตั้ง Windows 7 ไว้ใน MacBook
        Mac Book มีโปรแกรม Boot Camp Assistant มากับ Mac OS x เป็นการสนับสนุนให้ติดตั้ง Windows อีก OSไว้ในเครื่อง MacBookโดยเฉพาะ ฉะนั้นจึงไม่ยากอย่างที่คิด เพราะโปรแกรม Boot Camp Assistant มีพร้อมสรรพทุกอย่างให้เราไปติดตั้ง
......

                                        
Windows 7 การติดตั้งดังต่อไปนี้



ไปที่หน้าแรกมนู Go เลือก Utilities
.
.

คลิก Boot Camp Assistant
.
.

.คลิก Continue

.

ติ๊กเครื่องหมายถูก ที่ install Windows 7 คลิก Continue
แนะ นำไม่ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ (Download the latest windowns support software from Apple) เพราะเป็นการดาวโหลดที่ช้ามาก ไว้หลังจากติดตั้ง Windows แล้ว หาเวลาว่างๆมาโหลดจะดีกว่า
.
.

ปรับแต่ง Partition ได้ 2 จุดที่ระบุ ตามที่ต้องการ ส่วน Windowsไม่ต่ำกว่า 20 GB แล้วคลิก install
.
.

หาก ไม่ไมีแผ่น Windows 7 อยู่ในไดร์ DVD จะมีการเตือนให้ใส่ แผ่น windows 7 รอสักครู่ จนกว่าได้รับการยอมรับ เมื่อใส่แผ่น windows 7 แล้ว ให้คลิก install ต่อจากนี้ไป ก็จะมีการโหลด Windows 7 ลงใน Partitiond สร้างขึ้นจนเสร็จ จะรีสตาร์ดใหม่ แล้วเข้าหน้าติดตั้ง Windows 7 เพื่อติดตั้งต่อไป
.
.
จะเข้าสู่หน้าติดตั้ง Windows 7 โดยของมันเอง
.
.

เปลี่ยนใช้ในไทย คลิก Next
.
.

คลิก Install now
.
.

เลือก Costom (advanced) ติดตั้งแบบนับหนึ่งใหม่หมด จะมีให้การปรับแต่งค่าต่างๆตามที่ต้องการ
.
.

เลือก BOOTCAMP คลิก Drive options (advanced)
.
.

คลิก Format
.
.

เมื่อ Format เสร็จแล้ว BOOTCAMP จะหายไป คลิก Next
.
.

จะทำการติดตั้ง windows 7 ไปเรื่อยๆจนเสร็จ
.
.

กำลังเข้าสู่เริ่มต้นของการใช้ Windows
.
.

การติดตั้งเสร็จสิ้น
.
.

ให้ตั้งค่าต่างๆของเราจนเสร็จ เข้าใช้ Windows ได้เลย
.
.

ลอง เข้าดูใน Control>Hardware and Sound>Device Manager มีเหลืองๆหลายตัว แสดงว่ายังไม่ได้ติดตั้งไดเาอร์ให้อุปกรณ์นั้น ทำให้ทำงานไม่ได้ แล้วจะไปดาวโหลดไดร์เวอร์ที่ใหน ตามต่อครับ
.
.

กลับ ไปเปิดโปรแกรม Boot Camp Assistant ดำเนินถึงหน้านี้ ให้คลิกเครื่องหมายถูกที่ Download the latest windowns support software from Apple แล้วคลิก Continue
.
.

ติ๊กจุดที่ Burn a copy to CD or DVD (เขียนก๊อปไป CD หรือ DVD)
หรือ Save a copy to an extermal drive(ก๊อบไปเก็บไว้ที่ไดรฟ์ภายนอก
ให้ทำการ format ที่ MS-DOS ( ระบบ FAT )
(การ format ไดรฟ์ให้ไปที่โพเดอร์ Utilities เลือก Disk Utility)
ติ๊กข้อหนึ่งข้อใดแล้ว
คลิก Continue
.
.

การโหลด ให้เสร็จ ต้องรอนานที่เดียว อยู่ที่เน็ตและช่วงเวลาจำนวนคนโหลด ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงถึง6-7ชั่วโมง อาจบางคร้งก็โหลดไม่สำเร็จก็ได้ ต้องโหลดใหม่ หากโหลดสำเร็จแล้ว คลิก Quit
.
.

เอาแผ่นไดเวอร์ของเครื่อง Mac ที่โหลดมา แล้วเปิดแผ่น เลือก Run setup.exe ต่อไปไดร์เวอร์อุปกรณ์จะถูกติดตั้งจนครบทุกตัว
.
.

ลองเข้าดู Device Manager อีกครั้ง ไม่มีรายการติดเหลือง แสดงการติดตั้ง windows เสร็จสิ้นทุกขบวนการ ใช้windowsได้เต็ม100 แล้ว
.
.
วิธีเลือกตัวหนึ่งตัวใดเป็นไดร์ฟ Startup
.
.

ไปที่ System Preferences คลิก Startup Disk
.
.

เลือกได้ตามที่้เราต้องการ
.
.
วิธีเปลี่ยนตัว Mac OS X หรือ OS Windows ชั่วคราว
.
.

ทำการรีสตาร์คใหม่ กดปุ่ม Option ค้่างไว้จะบูตเข้าหน้า3ไดร์ จะเปิดไดร์ใหน เลือกตามที่ต้องการ


วิธีติดตั้งด้วย USB flash drive

เพื่อนถามว่าไม่ใช้แผ่น Windows 7 ติดตั้งได้มั้ย คำตอบคือได้ ใช้ USB flash drive ติดตั้งก็ได้เหมือนกัน
ขั้นตอนมากกว่าติดตั้งด้วยแผ่นDVD แต่ก็คุ้ม เก็บ USB flash drive นี้ไว้ ติดตั้งใหม่ใช้ใด้ทุกเมื่อ ไม่ต้องเสียเวลาทำใหม่
สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้
1..flash drive 8 GB ใช้ 4 GB ไม่พอแน่ เพราะ Windows 7 เกิน 4 GBแล้ว
2.. โปรแกรมแปลงไฟล์เป็น ISO
      เพื่อ มาแปลง Windows 7 ให้เป็นไฟล์ ISO ก่อน เมื่อแปลงเรียบร้อยแล้ว ให้ก็อปไว้ไปลงที่ USB flash drive แล้วนำไปก็อบวางไว้ที่ Desktop ของ Mac OS X หรือก็อบไว้ที่ใดก็ได้ของ Mac OS X
ต่อไปให้เปิดโปรแกรม Boot Camp Assistant คลิกไปถึงหน้านี้
.
.

ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ Create a Windows 7 install disk
.
.

ข้อเตือน ให้ใส่ USB flash drive ก่อนคลิก continue
.
.

ปรแก รม Boot Camp Assistant จะระบุ ไฟล์ Windows ISO image ที่ ISO image โดยของมันเอง หากไม่ใช่ให้คลิก Choose เพื่อค้นหาใหม่ ถ้าใช่คลิก continue
.
.

มีข้อเตือนข้อมูลใน flash drive จะถูกลบหมด ยินยอมให้ลบ คลิก continue
โปรแกรม Boot Camp Assistant จะดำเนินการแปลงไฟล์ Windows ISO image กลับมาเป็นไฟล์แบบดั้งเดิม ไว้ในflash drive จนเสร็จเรียบร้อย กลายเป็นไฟล์ Boot สำหรับติดตั้ง Windows 7 ต่อไป
.
.


.
ไม่ต้องดึงflash drive ออกจากพอร์ต USB ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ install Windows 7 แล้วคลิก continue
ต่อจากนั้นก็ปล่อยให้ติดตั้ง Windows 7 จาก flash drive จนเสร็จสิ้น

sakarin   nuypuang  : post 01/01/2012
สาครินทร์ นุ้ยพ่วง โพสต์